
2024-09-23 10:53:04
หลายคนมองว่าการสร้างบ้านด้วยไม้นั้น เป็นการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง อีกทั้งยังเพิ่มการตัดไม้ทำลายป่าโดยไม่จำเป็น แต่ปัจจุบันเริ่มมีงานวิจัยว่า การสร้างบ้านด้วยไม้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลกระทบต่าง ๆ ต่อสิ่งแวดล้อมได้ เมื่อเทียบกับกรรมวิธีสร้างบ้านทั่วไปในปัจจุบันที่ใช้วัสดุอย่างคอนกรีตและเหล็ก เรามาดูกันดีกว่าว่า ทำไมไม้ถึงมีศักยภาพในฐานะวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยลดโลกร้อนได้จริง
1. ไม้มีคุณสมบัติเป็นวัสดุ Carbon Negative
การสร้างบ้านด้วยไม้ ถือว่าเข้าหลัก Carbon Negative ที่มีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่ธรรมชาติให้น้อยที่สุดหรือแทบไม่มีเลย และอย่างที่เรารู้กันดีว่าต้นไม้มีคุณสมบัติในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่างเจริญเติบโต แม้ไม้ที่ถูกตัดจะไม่สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มได้ แต่ยังมีคุณสมบัติกักเก็บคาร์บอนไดบอนไซด์ไว้ภายในจนกว่าจะย่อยสลาย และเมื่อเราปลูกไม้ทดแทน ก็จะไปช่วยดูดซับคาร์บอนไดบอนไซด์อีกด้วย ไม้จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม หากต้องการลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ตามหลัก Carbon Negative ได้มากกว่าวัสดุอื่นอย่างเหล็กหรือคอนกรีต
2. การผลิตไม้เพื่อเป็นวัสดุก่อสร้าง มีกระบวนการผลิตและใช้พลังงานน้อยกว่าวัสดุอื่น
การผลิตไม้ใช้พลังงานน้อยกว่ามาก ในขณะที่การผลิตคอนกรีตและเหล็กใช้พลังงานสิ้นเปลืองและปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก นอกจากนี้ การก่อสร้างบ้านด้วยไม้ยังมีเทคนิคที่ช่วยลดขั้นตอนและการใช้พลังงาน เช่น อุปกรณ์เครื่องมือช่างบางประเภทที่ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้ากับน้ำมัน หรือเทคนิคการเข้าไม้ของคนญี่ปุ่นที่เรียกว่า “Wood Joints” ที่เชื่อมต่อโครงสร้างไม้ทั้งบ้านได้โดยไม่ใช้ตะปูหรือกาว ยังมีเรื่องที่ไม้เป็นวัสดุที่ผลิตได้เรื่อย ๆ แตกต่างจากเหล็กและหิน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด
3. การใช้ไม้จากระบบจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน
เพื่อควบคุมการใช้ทรัพยากรป่าไม้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราควรเลือกใช้ไม้ที่รู้ที่มาที่ไปชัดเจน อย่างในระเทศไทยเราสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากกรมป่าไม้ ผ่านทาง“ระบบจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน” โดยป่าไม้ในระบบจะได้รับการดูแลจัดการอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดการตัดไม้เกินความจำเป็น ซึ่งจะช่วยป้องกันการทำลายระบบนิเวศ
จึงสรุปได้ว่าการสร้างบ้านด้วยไม้นั้น ช่วยลดโลกร้อนได้ เพราะไม้เป็นวัสดุที่ย่อยสลายง่าย และช่วยดูดซับคาร์บอนไดบอนไซด์ ขั้นตอนก่อสร้างก็ใช้พลังงานน้อย ปล่อยคาร์บอนไดบอนไซด์น้อยกว่า
เมื่อไม้มีความสำคัญถึงเพียงนี้ อย่าลืมที่จะช่วยกันรักษาป่าไม้ในระแวกบ้านของคุณให้ดี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อโลกและตัวคุณเองในอนาคต ตามหลัก“Resource Efficiency” หรือการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ