อะไรคือ 2-Layer Engineered Wood Flooring?
2-Layer Engineered Wood Flooring หรือ ไม้พื้นทำสีสำเร็จรูปแบบหลากชั้น (2 เลเยอร์) คือความลงตัวของการผสมผสานการใช้ไม้จริงให้เข้ากับความหรูเรียบง่าย พื้นผิวชั้นบนผลิตจากไม้คุณภาพสูงที่คัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม นำมาเป็นพื้นผิวชั้นบนสุดของไม้พื้นซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งชนิดเยี่ยมเท่านั้น เช่น ไม้สัก ไม้โอ๊ค ไม้หลุมพอ และ ไม้มะค่า ที่ความหนา 3-4 มม แล้วขัดเคลือบเงาด้วย UV Lacquer หนาถึง 7 ชั้น เพื่อเพิ่มความคงทนถาวรมากขึ้น พื้นผิวชั้นล่างสุดผลิตจากไม้ไม้อัดหนาหลายชั้น มาอัดประสานแบบสลับเสี้ยนที่เพิ่มความคงตัวแข็งแรงของพื้นไม้และช่วยลดการหดตัวของไม้พื้นในอนาคต สำหรับไม้ชั้นกลาง ผลิตจากไม้ฮีเวีย (Hevea) ที่มีมาตรฐานความหนาไม่น้อยกว่า 8-9 มม. เนื้อไม้มีความหนาแน่นทนทาน ไม้ชั้นล่างสุด ผลิตจากไม้วีเนียร์ธรรมชาติ (Veneer) ความหนา 2 มม. ที่สามารถป้องกันการบิดงอ และเสริมความอยู่ตัวของไม้พื้นได้เป็นอย่างดี
อะไรคือ 3-Layer Engineered Wood Flooring?
3-Layer Engineered Wood Flooring หรือ ไม้ปูพื้นแบบ 3 เลเยอร์ ผลิตจากไม้ธรรมชาติผ่านกรรมวิธีอันทันสมัย ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ที่ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่มีต้นทุนต่ำลงในขณะที่ยังคงความเป็นไม้พื้นธรรมชาติ ที่แข็งแรงทนทานและสวยงามดังเดิม Panake ได้ทำการคัดเลือกสรรไม้ที่เป็นวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะผิวหน้าไม้ชั้นบนสุด เป็นไม้ธรรมชาติชนิด เนื้อแข็งประเภทที่ได้รับการยอมรับว่า ได้รับความนิยมสูงสุด เช่น ไม้สัก ไม้โอ๊ค ไม้หลุมพอ ไม้มะค่า และอื่นๆพื้นผิวไม้มี ความหนาไม่ต่ำกว่า 3-4 มม. นำไปผ่านขบวนการทำสีซึ่ง นำเข้าจากเยอรมัน ด้วยเครื่องจักรอันทันสมัยจากอิตาลี ซึ่งเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในด้านเทคโนโลยีศิลปะ และความงาม นอกจากนี้พนาเก้ ยังเพิ่มความทนทานให้กับผลิตภัณฑ์ด้วยการขัดเคลือบผิว UV Lacquer ถึง 7 ชั้น
อะไรคือ Heat Treatment?
Heat Treatment หรือ การปรับปรุงไม้ด้วยความร้อนอุณหภูมิสูง คือขบวนการปรับปรุงไม้โดยใช้ความร้อนและไอน้ำในการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของไม้ให้มีองค์ประกอบทางชีวภาพและเคมีใหม่ ขบวนการ “ฮีท ทรีทเม้นท์” เริ่มด้วยการเร่งอุณหภูมิเตาอบจนถึง 100 oC - 130 oC เพื่อลดความชื้นในเนื้อไม้ให้ต่ำลงจนเกือบถึง “ศูนย์” ทันทีที่แห้งได้ถึงจุดที่ต้องการ ก็จะเร่งความร้อนให้ขึ้นไปอีกระดับจนแตะ 185 oC หรือมากกว่า เป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง จากนั้นก็จะปล่อยให้เย็นลงด้วยการพ่นละอองไอน้ำเพื่อให้ความชื้นกลับเข้าสู่เนื้อไม้ที่ระดับ 4-7%
Heat Treatment ดีอย่างไร?
ทำให้ลดปัญหาเรื่องการบวมหรือการหดของชิ้นไม้และทำให้ไม้มีความคงสภาพมากขึ้น เนื่องจากความชื้นที่น้อยลงเมื่อเทียบกับไม้ธรรมชาติ นอกจากนี้ “ฮีท ทรีทเม้นท์” ยังเพิ่มความคงทนและสร้างสีสัน เข้ม สวยงามแปลกตาให้กับไม้ธรรมชาติ พร้อมทำให้ไม้มีน้ำหนักเบาขึ้นด้วย “ฮีท ทรีทเม้นท์” ยังยืดอายุไม้เพราะลดการเกิดภาวะผุพังลงได้เป็นอย่างดี “ฮีท ทรีทเม้นท์” สามารถสรุปโดยรวมได้ว่าเป็นขบวนการที่สะอาดปราศจากมลพิษ